วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

LaKe Hill อุทยานอาหาร 2 บรรยากาศใน 1 เดียว

LaKe Hill อุทยานอาหาร 2 บรรยากาศใน 1 เดียว

หลังจากห่างหายการเขียนแนะนำร้านอาหารไปสักพัก คราวนี้กลับมาแล้วค่ะ เรียนหนักจนแทบไม่มีเวลาเขียนเลยค่ะ ต้องขอโทษเพื่อนๆทุกๆคนด้วยนะคะ วันนี้จะพาไปแนะนำ ร้านอาหารบรรยากาศโรแมนติก ที่ถือได้ว่าไปกินบ่อยที่สุดใน ร้านอาหารย่านเกษตร-นวมินทร์ ร้านนั้นก็คือ “ ร้านอาหาร Lake Hill “ เชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยไปหรือเคยขับรถผ่าน เราจะมาดูกันว่า อุทยานอาหาร Lake Hill มีความพิเศษอย่างไร


เรามาดูป้ายหน้าร้านกันก่อนเลยค่ะ ป้ายตอนกลางคืนจะเห็นไม่ชัดเพราะต้นไม้บัง แต่ไม่เป็นปัญหาค่ะ อิอิ (เพื่อนๆคนไหนจะไป ตอนท้ายจะมีแผนที่บอกทาง




ที่ ร้านอาหาร Lake Hill มีห้องคาราโอเกะ ไว้สำหรับผู้ที่ชอบการร้องเพลง ด้านล่าง(Lake) ตรงแพลอยน้ำ ห้องคาราโอเกะจะมี 2 แบบ ห้องเล็ก 9ห้อง จุได้ 15 คน/ห้อง และ ห้องใหญ่ 4 ห้อง จุได้ 20-30 คน/ห้อง เลยทีเดียว ด้านบนที่เป็น Hill มีห้องจัดเลี้ยงลอยฟ้าด้วยนะคะ

เรามาดูบรรยากาศ แบบ Lake นั่งกินข้าว ฟังดนตรีสดแบบชิวๆ ริมทะเลสาปกันเลยค่ะ







สำหรับคู่รักที่ต้องการความสงบบวกกับความโรแมนติก แนะนำให้เลือกที่นั่ง Hill บนภูเขา มีน้ำตกจำลองตกแต่งดูแล้วสบายตา สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ทะเลสาปได้ สวยมากๆค่ะ



ต้นไม้ถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงาม



มองเห็นวิว Lake



ร้านอาหาร Lake Hill มีอาหารไทยนานาชนิดให้เลือกรับประทาน แต่ที่อยากจะแนะนำ มี 3 เมนูนี่ค่ะ

1.หอยเชลล์เผา+เห็ดเข็มทองผัดเนย
อันนี้อยากจะแนะนำเลยว่า อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาและคุ้มที่สุดแล้วค่ะ
หอยเชลล์ตัวใหญ่ ทานคู่กับเห็ดเข็มทองผัดเนย รสชาติมันช่างเข้ากันได้ดีจริงๆ
ไปทุกครั้ง เมนูนี้ไปเคยพลาดค่ะ



2. ไก่แช่เหล้า+แมงกระพรุนน้ำมันงา
เมนูนี้อร่อยไม่แพ้กัน รสชาติของไก่แช่เหล้า เข้าไปถึงเนื้อไก่ ส่วนแมงกระพรุน ไม่มีอะไรที่โดดเด่นค่ะ โดยรวมถือว่า อร่อยค่ะ (รูปมันแอบไกลไปหน่อย ต้องขออภัยด้วยนะคะ...อิอิ)



3. รูปด้านบน ทางซ้ายมือ อันนั้นคือ ทะเลผัดน้ำพริกเผา ค่ะ ให้กุ้ง ปลากหมึก และหอยเยอะดีค่ะ แต่เสียอย่างเดียวมันเผ็ดมากไปหน่อย ต้องเอาน้ำล้างก่อน ( ทำอะไรที่น่าเกียจมาก แต่ด้วยความเสียดาย เลยต้องทำ 555+) ถ้าเพื่อนๆพาครอบครัวที่มีเด็กๆมา แนะนำอย่าสั่งนะคะ เพราะมันเผ็ด เด็กๆจะทานไม่ได้

4.ต้มข่าไก่บ้าน หม้อตรงมุมขวาอ่ะคะ รู้สึกว่า จะเห็นแต่หอยเชลล์ อิอิ ต้มยำรสชาติใช้ได้ค่ะ เผ็ดกำลังดี เนื้อไก่ให้เหมาะสมกับราคา

อยากให้เพื่อนๆทุกคนลองมาสัมผัสบรรยากาศสบายๆ+รสชาติอาหารไทยแสนอร่อย ของ อุทยานอาหาร Lake Hill กันนะคะ รับรองไม่ผิดหวังค่ะ

p.s ช่วงเทศกาลอาหารค่อนข้างช้าค่ะ แนะนำให้ไปวันธรรมดาจะดีกว่า...

อุทยานอาหาร Lake Hill
ที่อยู่ : 28/18-26-20 ม.4 ถ.เกษตร-นวมินทร์ เขต ลาดพร้าว กทม.10230
ติดต่อ : 02-553-1738-9 (ติดต่อ 2 โมงเป็นต้นไป ) 086-532-1100
เวลาปิด-เปิด : 17.00-24.30 น.
E-Mail : lake_hill@hotmail.com

วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2552

Bankara Ramen ราเมนต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น

Bankara Ramen ราเมนต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น

มาถึง ร้านราเมนต้นตำรับจากญี่ปุ่นบ้าง ที่มาของการได้ไปทานที่ร้านนี้ก็คือ ส่งชิงโชค นิตยสาร แอสต้า แมกกาซีน เขาแจก 5 รางวัล รางวัลละ 500 บาทสำหัรบบัตรใช้แทนเงินสดเพื่อไปทายที่ ร้าน Bankara Ramen

แล้ว เราก็ดวงดีมาก แจกพ๊อตติดเข้าไปอยู่ 1 ใน 5 ผู้โชคดีที่ได้ไปลองลิ้มชิมรส ราเมนต้นตำรับจากญี่ปุ่น

รูปข้างล่าง คือ บัตร GiftVoucher ที่ได้รับ


Bankara Ramen เป็นราเมนที่เจ้าของร้านไปขอสูตรมาจาก ร้านBankara Ramen ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเรารู้ๆกันอยู่ว่า ประเทศญี่ปุ่นนั้น
ราเมน เป็นของขึ้นชื่อของเขาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ทางร้านBankara Ramenการันตีได้เลยว่า เป็นราเมนต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น ความอร่อยนี่มาเป็นที่หนึ่งแน่นอนค่ะ แล้ววัตถุดิบบางอย่างก็นำเข้ามาจากญี่ปุ่นด้วยนะคะ ในตอนแรกเจ้าของร้านจะดึงลูกค้ากลุ่มที่เป็นคนญี่ปุ่นที่อยู่ในเมืองไทยเป็นหลัก แต่ก็ไม่ลืมลูกค้าที่เป็นคนไทยนะคะ เราลองมาดูภาพบรรยากาศในร้านกันเลยค่ะว่าจะญี่ปุ่นขนาดไหน


แค่ภาษาญี่ปุ่นหน้าร้านยังอ่านไม่ออกเลยค่ะ...อิอิ

ตอนถ่ายเกิดแผ่นดินไหวขึ้นรูปมันเลยออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ ( ล้อเล่นนนนนน)

อันนี้เป็นภาพบรรยากาศภายในร้าน Bankara Ramen ค่ะ

อีกมุมค่ะเรามาดูเมนูกันเลยดีกว่าค่ะ ในเมนูจะมีแต่ภาษาญี่ปุ่นกับภาษาอังกฤษนะคะ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เราสามารถถามพนักงานได้ค่ะว่าเมนูนี้มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ราคาอาจจะค่อนข้างสูงกว่าราเมนธรรมดา เช่น ฮาจิบัง ราเมน , โออิชิ ราเมน แต่ปริมาณมากกว่าเยอะเลยค่ะ รับประกัน แค่จานเดียว อิ่มแน่นอนค่ะ


มีราคากำกับบอกในทุกๆเมนูค่ะ

อันนี้เป็นเมนูประเภทเครื่องดื่มและของหวานค่ะบนโต๊ะมีเครื่องเคียงตั้งอยู่ ทั้งกระเทียมและโชยุต่างๆให้ไว้ปรุงรสได้ตามใจชอบค่ะ


ถ้าเราไม่สั่งน้ำดื่ม ทางร้าน Bankara Ramen มีบริการน้ำเปล่าฟรีนะคะ มาถึงเมนูแรกเลยดีกว่า เป็น ธงคัตซึราเมน ที่เห็นน้ำซุปสีขาวๆนี้ทำไม่ง่ายเลยนะคะเพราะต้องเคี่ยวกระดูกหมูจนกระทั่งกระดูกหมูละลายผสมกับน้ำซุป ความอร่อยอย่าบอกใครเลยค่ะ เนื้อหมูติดมันนิดๆ เขียนไปนี่ก็กลืนน้ำลายไปตลอดเลย....น่ากินจริงๆ

เมนูที่2 เป็น บังคาร่าราเมน แบบราคา 200 บาท เมนูนี้เป็นคนสั่งเอง ขอบอกว่าเยอะมาก กินไม่หมด อิอิ น้ำซุปอร่อยมากค่ะ มีมันหมูชิ้นเล็กๆลอยอยู่ในน้ำ มีหมูชิ้น และ หมูเสามชั้นตุ๋น( คล้ายๆขาหมูของไทยเราอ่ะค่ะ) เยอะมาก แถมอร่อยมากอีกต่างหาก ถ้าใครจะไปทานเมนูนี้ขอแนะนำว่า พยายามทำท้องให้ว่างมิฉะนั้นมันจะอิ่มจนจุกเลยก็ว่าได้

เมนูที่3 เป็น บังคาร่า ราเมนแบบธรรมดา เหมือนกับเมนูที่ 2 อ่ะค่ะ แต่ไม่ได้ใส่หมูเปื่อยเท่านั้นเอง แต่ปริมาณเยอะพอๆกันเลยค่ะ บังคาร่า ราเมน เมนูนี้เป็นเมนูแนะนำของทางร้าน Bankara Ramen นะคะ ยังไงต้องลองชิมให้ได้เลยค่ะ ส่วนคนไหนที่ต้องการท็อปปิ้งเพิ่มก็สามารถสั่งได้ค่ะ มีอยู่ 7 อย่างด้วยกัน ได้แก่ไข่ต้มยางมะตูม, หมูสามชั้นตุ๋น , ชาชู , ต้นหอมคลุกพริกเผา , สาหร่าย , เนยแข็งและข้าวโพด

เมนูปิดท้ายเห็นจะเป็นของหวาน เยลลี่ อัลมอนต์ ของหวานมีอย่างเดียวนะคะ แต่เมนูนี้ไม่สั่งไม่ได้ เพราะความหอมของอัลมอนต์นี้ติดจมูกเลยค่ะ อร่อยค่ะ

จากที่แนะนำมาทั้งหมด ร้านBankara Ramen นี้ให้ 10 ดาวเลยค่ะ คุ้มค่าราคา แถมรสชาติยังอร่อยแบบต้นตำรับแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่เหมือนใครเลยค่ะ เพื่อนๆลองไปทานดูนะคะแล้วจะติดใจ มีรุปส่งท้ายรูปนึงค่ะเป็นรูปหน้าร้านตอนกลางคืนค่ะ

ร้านบังคาร่า ราเมน ( Bankara Ramen )จากปากซอยสุขุมวิท 39 เข้าไปอีกประมาณ 400 เมตร เมื่อเห็นตึกเดอะแมนเนอร์ที่อยู่ฝั่งขวามมือก็ให้ตรงเข้าไปเลยค่ะเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 11.00-23.00 ช่วงกลางวันบ่าย 2-3โมง คนจะแน่นมาก ควรจะโทรจองก่อนล่วงหน้านะคะT.02-662-5162-3 แผนที่

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ร้านอาหารไทย Thitaree ณ. สวนรถไฟ

ร้านอาหารไทย บรรยากาศดี ฐิตารีย์ ณ. สวนรถไฟ

เพิ่งเปิดเทอมมาได้ไม่กี่วัน เวลาว่างเหลือเยอะจริงๆค่ะ วันอังคารมีเรียนตอนเช้าตั้งแต่ 8 โมง เรียนอีกทีก็บ่ายสองครึ่ง ห้างก็ยังไม่เปิดด้วยสิ

เพื่อนๆในกลุ่มเกิดไอเดียดีๆ ไปนั่งกินข้าว และขี่จักรยานเล่นที่สวนรถไฟกัน

ตอนแรกก็ไม่คิดว่าสวนรถไฟจะมี ร้านอาหารบรรยากาศดีๆ เพราะเมื่อประมาณ 2 ปีก่อนเคยไปกินข้าวที่สวนรถไฟก็เจอแต่ร้านอาหารแบบเก่าๆนิดนึง เป็นอาหารตามสั่ง แต่เมื่ออังคารที่แล้วพอไปถึงออกแนวอึ้งนิดๆค่ะ

เพราะ ร้านอาหาร ที่อยู่ในสวนรถไฟนี้ จัดร้านแนวชิวๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของต้นไม้ เย็นสบาย........น่านั่งอ่านหนังสือมากๆค่ะ ร้านอาหารไทย นี้มีชื่อว่า ร้านฐิตารีย์ ลองมาดูบรรยากาศกันเลยค่ะ


มาด ูเมนูอาหารของ ร้านฐิตารีย์ กันเลยค่ะ ( จะทานอะไรก็เช็คตรงใบออเดอร์ ที่วางไว้บนโต๊ะได้เลยค่ะ แล้วส่งให้พี่พนักงาน ที่จะมารับออเดอร์ )



อาหารที่ ร้านอาหารไทย ฐิตารีย์ มีให้เลือกหลากหลาย ทั้ง อาหารไทย อาหารจานเดียว แถมยังมี อาหารฝรั่ง เช่น สเต็ก สปาเกตตี้ อีกต่างหาก และที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็น เครื่องดื่ม ทั้ง ชา กาแฟ นม ลาเต้ ผลไม้ปั่น น่าลิ้มลองทั้งนั้นเลยค่ะสำหรับคนที่ชอบทานชากาแฟ ห้ามพลาด....

ครั้งนี้ก็ได้นำเมนูต่างๆที่พวกเราได้สั่งมาทาน มาแนะนำให้เพื่อนๆได้ลองไปทาน เป็นการยั่วน้ำลายเล่นๆ อิอิ......เราลองมาดูกันเลยค่ะ

เมนูแรกเป็น เมนูชุดอาหารเช้า ( อันนี้เดี๊ยนเป็นคนสั่งเองค่ะ ) ในชุดก็มีขนมปังกระเทียม ไส้กรอก ไข่ดาว แฮม ...แค่จินตนาการตามก็น่ากินแล้วใช่ไหมคะ.......อิอิ



เมนูที่สองเป็น ซุปข้นเห็ดร้อนๆ อันนี้ก็น่าทานไม่แพ้กัน....



เมนูที่สาม สเต็กเนื้อ..... อันนี้สำหรับคนที่ชอบเนื้อคงจะถูกใจไม่น้อย

ราคาและปริมาณอาหารเหมาะสมค่ะ...ถือว่าไม่แพงจนเกินไป



เมนูที่สี่ สเต็กหมู ...ตอนแรกกะจาลองทานอยู่เหมือนกัน แต่มันยังเช้าอยู่

สงสัยความกลัวอ้วนเข้าสิง.....ก็ตอนนั้นมันไม่หิวอ่ะค่ะ....



แนะนำ อาหารฝรั่ง กันไปพอสมควร มาถึง อาหารไทย อาหารบ้านเกิดของเรากันบ้างดีกว่าค่ะ

เมนูที่ห้า อาจดูจะธรรมดา แต่เมื่อใส่จาน มันก็ไม่ธรรมดา เมนูนี้คือ ข้าวผัด ค่ะ เวลาเราไปกินอาหารที่ร้านอาหารตามสั่ง ถ้าคิดไม่ออกว่าจะกินอะไร ทุกคนจะนึกถึง ข้าวผัดทันที แต่ข้าวผัดก็มีหลายระดับเหมือนกัน มีทั้งแบบข้าวผัดข้างทาง หรือข้าวผัดตามภัตตราคาร แหม....สถานที่ของข้าวผัดเนี่ย มันทำให้ราคาอาหารเปลี่ยนได้จริงๆ ข้าวผัดของที่ร้านอาหารนี้อยู่ในระดับกลางๆค่ะ



เมนูที่หกเป็น ผัดกะเพราไข่ดาว อันนี้ยิ่งกว่าข้าวผัดอีก...........

ไม่รู้จะบรรยายยังไงอ่ะคะ...ถามเพื่อน เพื่อนบอก "มันก็คือ ผัดกะเพราไข่ดาว"



เมนูสุดท้าย กุ้งผัดกะเพรา อันนี้น่าสนใจค่ะ ทางร้านใช้กุ้งมีคุณภาพใช้ได้

ปริมาณอาหารโดยรวม โอเคค่ะ


ป็นยังไงบ้างคะ.....น่าทานใช่ไหมล่ะ....ร้านอาหารไทย Thitaree ขอแนะนำเลยค่ะว่า บรรยากาศให้ 10 คะแนนเต็มเลยค่ะ อาหารก็อร่อยไม่แพ้กัน

ร้านอาหารไทย ฐิตารีย์ มีที่นั่งให้เลือกสองแบบ ถ้าตอนเช้าๆ อากาศเย็นนิดๆ ควรจะนั่งจิบกาแฟทานอาหาร สูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก มองออกไปเห็นต้นไม้สีเขียวสบายตา ถ้าตอนกลางวันอากาศร้อน มีห้องแอร์บริการค่ะ ตอนกลางคืน ควรจะนั่งด้านนอก บรรยากาศชิวๆ แสงไฟที่ประดับรอบๆร้าน สร้างความโรแมนติก อย่างยิ่ง แถมทาง ร้านอาหาร ฐิตารีย์ ยังเปิดเพลงฝรั่งแบบชิวๆให้ได้ผ่อนคลายอารมณ์อีกด้วยค่ะ หลบบรรยากาศวุ่นวายในเมืองมาสูดอากาศบริสุทธิ์ ที่ สวนรถไฟ กันเถอะค่ะ กินอิ่มแล้วไปเช่าจักรยานขี่ เป็นการย่อยอาหารไปในตัว หรือจะเช่าเสื่อนอนตีพุง ก็ได้นะคะ ไปกับเพื่อนก็สนุก เฮฮาๆไปกับแฟนก็โรแมนติก.........เฮ้อ เป็นวันที่มีความสุขจริงๆสำหรับวันนี้....บับบายค่ะ

ขอให้เพื่อนๆทุกคนมีความสุขมากๆนะคะ...

ร้าน ฐิตารีย์ ( Thitaree ) สวนวชิรเบญจทัต (สวนรถไฟ)

ถึง สวนรถไฟ( ประตูใหญ่ )แล้วเลี้ยวขวา ถ้าไม่เจอยังไงลองโทรไปถามตามเบอร์ด้านล่างค่ะ

เบอร์ติดต่อ

คุณ โชติอนันต์ เย็นเปี่ยมธำรง

02-936-4535

086-334-1729

086-091-7433

086-780-8210

แผนที่ไป สวนรถไฟ


วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กินข้าวชมวิว กับ บุฟเฟ่ต์นานาชาติ และ ซีฟู๊ด ของ โรงแรมใบหยก

กินข้าวชมวิว กับ บุฟเฟ่ต์นานาชาติ และ ซีฟู๊ด ของ โรงแรมใบหยก



คราวนี้เรามาดู อาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ณ ภัตตาคาร บางกอกสกาย บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดลอยฟ้า โรงแรมใบหยกสกาย บุฟเฟต์นานาชาติ นี้อยู่ชั้น 76 และ 77 ของ โรงแรมใบหยก ซึ่งพวกเราก็รู้ๆกันอยู่แล้วว่า โรงแรมใบหยก คือตึกที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯได้ ถึง360 องศาเลยก็ว่าได้ สำหรับบรรยากาศไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโรแมนติกขนาดไหน ครั้งนี้อาจจะถ่ายรูปมาไม่มาก เพราะไปตอนกลางคืน ยังไงลองมาดูว่า บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ที่นี่เขามีอะไรให้เราหม่ำกันบ้าง(ลืมบอกไป ค่ะ ที่นี่ทัวร์ต่างชาติจะลงเยอะมากๆ จนคิดว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ประเทศไหนกันแน่เนี่ย ส่วนใหญ่จะเป็นทัวร์จากโซนเอเชียเช่นประเทศ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลี ประมาณเนี่ยอ่ะค่ะ )

อาหารจะแบ่งเป็นโซนๆดังนี้ค่ะ


โซนอาหารยุโรป

มีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น ขนมปังอบร้อนๆ สลัดผักต่างๆ เนื้อสันนอกอบ ไส้กรอก อาหารทะเล แฮมนำไปย่างแบบบาร์บีคิว และอาหาร
เด่น ตัวแม่ในการมากิน คงจะหนีไม่พ้น กุ้ง อย่างแน่นอน กุ้งที่นี่จะเป็นกุ้งตัวโตๆที่แกะเปลือกไว้แล้ว จัดวางไว้ในที่วางแบบค๊อกเทล เห็นแล้วน้ำลายไหล มีซอสให้เลือกหลากหลายแบบ ถ้าอยากกินแบบไทยๆ ก็ต้องน้ำปลาพริก (แซบได้อีก) ถ้าอยากกินแบบยุโรปก็ต้องจิ้มกับน้ำสลัด เฮ้อ ! อร่อยทั้งสองแบบเลยค่ะ อิอิ

ด้านพาสต้า มีเส้นให้เลือกหลากหลาย อาทิเช่น พาสต้า สปาเก็ตตี มะกะโรนี เป็นต้น ตามด้วยซอสครีมชนิดต่างๆ ให้เลือกตามใจชอบ




โซนอาหารญี่ปุ่น

เป็นโซนยอดฮิตเลยก็ว่าได้ มีเชพมาปรุงกันให้เห็นๆ โซนนี้จะมี ข้าวปั้นหน้าต่างๆ ปลาดิบ เทมปุระ บะหมี่เย็น แกง กะหรี่ ยากิโซบะ ปลาซาบะย่าง ไก่ย่างหมักซอสญี่ปุ่น พิซซ่าญี่ปุ่น น้ำซุป เป็นต้น สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น คงจะถูกใจกับโซนนี้แน่นอนค่ะ

โซนอาหารไทย

แหม โซนอาหารบ้านเกิดอย่างเราๆ ก็มีอาหารให้เลือกรับประทานหลากหลายเหมือนกันนะคะ วัตถุดิบถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี (ชาวต่างชาติมาทานเยอะ ต้องพิถีพิถันทั้งวัตถุดิบและการปรุง ชาวต่างชาติจะได้ติดใจในรสชาติของอาหารไทยที่มีรสชาติเฉพาะตัว ) อาหารบางอย่างรสชาติอาจจะไม่เข้มและเผ็ดเท่ากับอาหารที่เราๆทานกัน รสจะอ่อนนิดนึงค่ะ แต่ยังไงๆทานแล้วรสชาติก็ยังคงความเป็นไทยได้เหมือนเดิมค่ะ

เมนูของโซนอาหารไทยมีอะไรให้เลือกทานกันบ้างนะ เราลองมาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

ที่ได้ลองทานมาแล้วก็มี

ห่อหมกปลา ปอเปี๊ยะทอด ปูจ๋า ปลา ทอด แกงมัสหมั่นเนื้อ ปลาทอดทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใครเลยค่ะ และยังมี อาหารอิสลาม ที่เรานิยมทานกันอย่าง ข้าวหมกไก่ ด้วยนะคะ อาหารไทยประเภทอื่นยังมีให้เลือกอีกนะคะไม่ได้มีเฉพาะที่กล่าวมาเท่านั้น* ส่วนใครที่ชอบทานอาหารประเภท ก๊วยเตี๋ยว ก็มีค่ะ ที่นี่จะจัดเป็นซุ้มเขาทำใหม่ๆสดๆเสริพกันร้อนๆ ถัดจากนั้นเป็น อาหารสุดแซบของเราคงจะหนีไม่พ้น ส้มตำกับปีกไก่ทอด

และอาหารที่ชาวต่างชาติกล่าวถึงมากที่สุดคงจะเป็น ต้มยำ และ ผัดไทย ที่สร้างชื่อให้กับอาหารไทยและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย

โซนอาหารทะเลเผา

มีทั้ง กุ้ง ปลาหมึก ปู มาพร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ด เผ็ดกำลังดี...ให้ได้ลองมาทานกันรับรองต้องติดใจแน่นอนค่ะ




โซนขนมหวาน

แหม... ขนมหวานเนี่ย ขาดไม่ได้เลยถ้ากินอาหารคาวแล้ว ไม่มีอาหารหวานตาม มันจะเหมือนกินไม่อิ่ม (ไม่รู้เพื่อนๆเป็นอย่างนี้กันบ้างรึเปล่า..อิอิ)ทางโรงแรมได้เตรียมขนมหวาน หลากหลายรูปแบบไว้บริการ เช่น ขนมเค้ก เอแคลร์ ไอศครีม(มีตู้แช่ ให้เราเดินไปตักเอง พร้อมช็อกโกแลตให้เราราดเองด้วยค่ะ เพื่อนๆคนไหนชอบช็อกโกแลต ก็สามารถราดช็อกโกแลตบนไอศครีมได้ไม่อั้นเลยค่ะ) ขนมไทยของเราก็มีนะคะ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ตะโก้ ข้าวเหนียวหน้าสังขยา ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ขนมชั้น เป็นต้นค่ะ หรือจะเป็น น้ำแข็งใส รวมมิตร ทับทิมกรอบ ลอดช่อง......อืมมมม น่ากินทั้งน้านนนนน และที่ขาดไม่ได้ก็คือผลไม้ตามฤดูค่ะ

เป็น ยังไงบ้างคะ.....อยากลองไปกินกันแล้วสิ... พอกินอิ่มแล้ว อย่าลืมขึ้นไปจุดชมวิว ชั้น 84นะคะ ส่วนของจุดชมวิวตรงดาดฟ้าเราไม่ต้องเดินเองค่ะ แค่ยืนเฉยๆ พื้นจะหมุนไปเรื่อยๆเป็นวงกลม 360 องศา จะมองเห็นตึกที่เปิดไฟเป็นจุดดวงไฟระยิบระยับเล็กๆ.....สวยจริงๆค่ะ รับประกันความสวยได้.......อิอิ แถมได้ยืนรับลมเย็นๆอีกต่างหาก สำหรับ ชั้น 77 ก็เป็นจุดชมวิวเหมือนกัน จะมีกล้องส่องทางไกลให้ส่องมองออกไปยังบริเวณรอบๆ ( ชั้นนี้จะเป็นห้องกระจกค่ะ) แต่ต้องหยอดเหรียญที่กล้องก่อนนะคะ เพื่อนๆคนไหนไปกินมื้อกลางวันจะได้บรรยากาศอีกแบบนึง จะถ่ายรูปได้สวย แต่ถ้าไปตอนกลางคืน อาจจะค่อนข้างมืดนิดนึงถ่ายรูปได้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่ถ้าจะเน้นบรรยากาศโรแมนติกขอแนะนำว่าเป็นกลางคืนจะเหมาะกว่าค่ะ...คิคิ

ถ้า เพื่อนๆได้ไปแวะลองทานกันมาแล้ว อย่าลืมมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะคะ........วันนี้เอา รูปที่ถ่ายจากจุดชมวิวชั้น 84 ไปดูเล่นๆกันก่อนนะคะ..อันยองค่ะ






ชื่อร้าน : บางกอกสกาย ชั้น 76, 78 โรงแรมใบหยกสกาย
เปิดบริการ : ทุกวัน มื้อกลางวัน เวลา 11.00 - 14.00 น.

มื้อค่ำ เวลา 17.30 - 22.00 น.

ราคา 470 บาท/คน
ที่อยู่: 222 ถนนราชปรารภ ราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร: 0-2656-3000, 0-2656-3456



วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ภัตตาคาร อาหารจีน เล่งหงษ์ สาขา พระราม 2

เมื่อพูดถึงอาหารจีนต้อง ภัตตาคารอาหารจีน เล่งหงษ์


เมื่อพูดถึงอาหารจีน หลายๆคนก็คงจะน้ำลายไหลเพราะนึกถึง

เป็ดปักกิ่ง หูฉลามน้ำแดง เป๋าฮื้อ หมูหัน และอีกหลายๆอย่าง วันนี้จะพาไปแนะนำ

ร้านอาหารจีน เล่งหงษ์ ซึ่งมี 2 สาขา อยู่ แถวย่านพระราม2 และสุขุมวิท 62 ด้วยความที่เราอยากกินเป็ดปักกิ่งมากๆ จึงไปอ้อนวอนปาป๊า ขอให้พาไปกิน ( ราคาค่อนข้างแพง ไปกินเองก็คงไม่ไหว ถ้าไปกินเองมีหวังได้อยู่ล้างจานที่ร้าน แหมๆ...อิอิ) ครั้งนี้มากินภัตตาคารอาหารจีน เล่งหงษ์ สาขาพระราม 2 มาดูเมนูอาหารที่สั่งกันเลยดีกว่าค่ะ

จานแรก เป็นผัดโหงวเซียน ใส่ในกระทงที่ทำจากเผือกทอดกรอบ รอบๆจานโรยด้วยใบผักคะน้าซอยทอดกรอบ เมนูอาหารนี้ขอแนะนำนะคะ อร่อยค่ะ ถ้าจำไม่ผิด เมนูนี้ประกอบด้วย เนื้อไก่ผัดกับ แป๊ะก๊วย แห้ว(เดี๋ยวนี้เขาเปลี่ยนเป็นสมหวังแล้ว ชิมิ )

เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และ พุทราจีน เผือกทอดที่ทำเป็นกระทง กรอบดีค่ะ แต่ต้องกินดีๆนะคะ ไม่งั้นมันอาจทำร้ายช่องปากคุณได้....อิอิ คุณแม่ฝากบอกมาว่า ผักคะน้าทอดกรอบ อร่อยจริงๆ ไม่มีกลิ่นเหม็นของผักเลย กินแล้วมีประโยชน์ด้วยค่ะ


จานที่สองเป็นของดีราคาแพง เมื่อพูดถึงทีไร ทุกคนจะตะลึงทุกครั้ง แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้แพงอย่างที่คิดเลยค่ะ ถ้าเราสั่งแบบถ้วยเล็กพอทาน ก็โอเคแล้วนะคะ (ราคาพอรับได้คร้า) ......อยากรู้กันแล้วล่ะสิว่าเมนูนั้นคืออะไร.......มันคือหูฉลามน้ำแดงกับก้ามปู นั่นเอง เป็นเมนูหัวใจสำคัญของร้านอาหารจีนเลยก็ว่าได้....ลองมาดูรูปกันนะคะว่าน่ากินแคไหน


จานที่สามเป็นของโปรดที่เฝ้ารอคอยกินมานาน นั่นก็คือ เป็ดปักกิ่ง ( ตอนนั้นเป็นช่วงเทศกาล เป็ดปักกิ่งลดราคาเหลือตัวละ 490 บาท ) พอสั่งไปแล้วเขาจะถามเราว่าเนื้อเป็ดจะให้เอาไปทำอะไร เราสามารถเลือกได้ค่ะ อาจจะเอาไปทอด ผัด หรือ ผัดพริกไทยดำ แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเลยค่ะ ( ในครั้งนี้ คุณพ่อให้เอาเนื้อเป็ดไปทอดกระเทียม) ส่วนของหนังเป็ดที่เอาไปย่าง ทางร้านแล่แล้วนำไปหั่นเป็นสี่เหลี่ยมพอดีคำ.... แล้วนำแป้งที่นึ่งไว้มาห่อกับหนังเป็ด ทานคู่กับแตงกวา ต้นหอม และพริกชี้ฟ้าหั่น ราดด้วยน้ำจิ้มหวานที่โรยคัสตาร์ดเล็กน้อย เฮ้อ ! จะอร่อยไปไหนค่ะ อิ อิ


จานที่สี่ตามมาติดๆ เป็นหอยจ๊อปู....(เป็นอะไรที่เบสิคจริงๆ ) แต่ทางร้านภัตตาคารอาหารจีนเล่งหงษ์ ทำไม่เหมือนกับร้านทั่วๆไป เพราะ เมื่อเราทานเข้าไปจะรู้สึกได้เลยว่า ใส่เนื้อปูเข้าไปเยอะมากๆ บางร้านใส่แป้งผสมเข้าไปเยอะทำให้ไม่อร่อย

ร้านอาหารจีนแท้ๆ หอยจ๊อปูต้องเป็นแบบนี้แหละค่ะ ถึงจะแพงกว่าร้านอาหารจีนร้านอื่นๆ

แต่รสชาติก็คุ้มกับราคาจริงๆค่ะ

รูปนี้หอยจ๊อปูจะมาพร้อมกับเนื้อเป็ดทอดกระเทียมค่ะ



จานสุดท้ายเป็นข้าวผัดปู สุดยอดแห่งความอร่อยเลยก็ว่าได้ ถึงจะเป็นข้าวผัดธรรมดาทั่วๆไป แต่ความหอมของซอสสูตรเฉพาะของทางร้านที่ใส่ในข้าว ผัดกับเนื้อปุเป็นก้อนๆและไข่ ทำให้อร่อยมากๆเลยค่ะ รสชาติกลมกล่อมมาก จานนี้คุณแม่ให้ 5 ดาวเลยค่ะ ลองไปทานกันดูนะคะ


ภาพสุดท้ายเป็นภาพรวมของทุกๆเมนูที่สั่งค่ะ


อุ้ย.....เกือบลืมแหนะ เห็นรูปแล้วนึกขึ้นได้ ก่อนที่จะสั่งเมนูจานหลัก ตอนไปถึงหิวมากๆๆๆๆ

เลยสั่งติ่มซำเป็นออเดิร์ฟมาก่อนค่ะ จำได้ว่าสั่ง ขนมจีบกุ้ง ขนมจีบปู ลูกชิ้นกุ้งโสภณ

แต่เอ๊ะ.......ลืมถ่ายรูปไว้ซะเนี่ย แต่ไม่เป็นไรเห็นแค่เข่งก็ยังดี อิอิ.....

ส่วนเครื่องดื่ม คุณพ่อกับคุณแม่สั่งเก๊กฮวยเย็น ตัวดิฉัน สั่ง ชาจีนร้อน (คนแก่ๆมักจากินชา เป็นธรรมดา...คิคิ )

ของหวานก็ไม่ได้ถ่ายรูปมาอีก......แย่จริงๆเลย....

ที่สั่งก็เป็นแป๊ะก๊วยนมสดร้อน......อร่อยค่ะ ต้มแป๊ะก๊วยเหนียวกำลังดี ไม่ขมด้วยค่ะ

เพื่อนๆลองไปทานนะคะ........ราคาอาจจะแพงนิดนึง แต่รับรองรสชาติไม่ผิดหวังค่ะ

ภัตตาคารอาหารจีน เล่งหงษ์ (Leng hong Restaurant)

รับจัดเลี้ยงโต๊ะจีนนอกสถานที่

เปิดบริการ 11.00 -22.00 น.

สาขาพระราม 2

80/40 ม.1 ถนน พระรราม 2 แขวง ท่าข้าม เขต บางขุนเทียน กทม.

T. 02-416-5000, 02-415-2026

สาขาสุขุมวิท 62

40/4 ซ. สามภพนฤมิตร แขวง บางจาก เขต พระโขนง กทม. 10260

T. 02-311-6155-6



วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2551

สะล้อ ซอ ซึง ร้านอาหารไทย ตำนานอาหารภาคเหนือ-กลาง

ร้านอาหารไทย สะล้อ ซอ ซึง ตำนานอาหารภาคเหนือ-กลาง

แนะนำร้านอาหาร เกาหลี ญี่ปุ่น จีน มาพอสมควรแล้ว มาถึงอาหาร ภาคเหนือ-กลางแบบไทยๆกันบ้างดีกว่า ร้านอาหารไทยที่จะแนะนำนี้เป็นอีกร้านอาหารที่ไปมาแล้วรู้สึกประทับใจกับรสชาติอาหาร บรรยากาศ และบริการ เป็นร้านอาหารไทยที่แปลกแหวกแนวกว่าร้านอาหารไทยอื่นๆในย่านเลียบทางด่วนรามอินทราเลยก็ว่าได้

เราลองมาดูบรรยากาศในร้านอาหารไทย สะล้อ ซอ ซึง กันเลยค่ะ

บรรยากาศในร้านอาหาร สะล้อ ซอ ซึง เหมือนได้สัมผัสกลิ่นอายของเมืองเหนือผสมผสานกับสไตค์บาหลี มีต้นไม้ประดับอยู่มาก ช่วยสร้างความร่มรื่นให้กับทางร้านอาหารได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

เราลองมาดูมุมสวยๆอีกมุมของร้านกันนะคะ


ทาง ร้านอาหาร สะล้อ ซอซึง มีที่นั่งให้เลือกหลายมุม ถ้ามากับครอบครัว นั่งข้างในซึ่งเป็นห้องแอร์น่าจะเหมาะกว่า ( ผู้ใหญ่จะชอบแนวนี้มากกว่า ขอแอร์เย็นเจี๊ยบไว้ก่อน ) ส่วนด้านนอก ให้บรรยากาศที่อบอุ่น

ภาษาอย่างเราๆ เรียกว่า ชิวๆ ก็ว่าได้ เหมาะสำหรับคู่รักหรือจะมาสังสรรค์กับเพื่อนๆก็ได้

พูดถึงบรรยากาศมาพอสมควร ท้องเริ่มร้องได้เวลาหม่ำกันแล้วค่ะ.....อิอิ

เอาเมนูอาหารมาให้เพื่อนๆได้ดูกันก่อนนะคะ



จานแรกที่สั่งเป็นแกงที่ใครหลายๆคนรู้จักกันดี นั่นคือ แกงเลียง นั่นเอง

แกงของที่นี่มีให้เลือกเยอะมาก แต่....เออ แอบบอกว่ากินไม่เป็นค่ะ เราเลยต้องสั่งอะไรที่เบสิคไว้ก่อน ซึ่งก็คือ แกงเลียงกุ้งสด..... รสชาติเข้มข้นค่ะ มีรสเผ็ดนิดหน่อยแต่ไม่ได้เผ็ดจากพริกนะคะ

ความเผ็ดมันมาจากเครื่องแกงกับพริกไทยค่ะ เมนูอาหารนี้สั่งให้เด็กๆทานได้ มีประโยชน์ด้วยค่ะ

จานที่สอง ก็คือ หมูซะล้อ... เป็นเมนูแนะนำของร้านอาหารไทย สะล้อ ซอ ซึง

เนื้อหมูหมักซอสสูตรพิเศษเฉพาะของทางร้าน

เราก็เลยลองสั่งมาดู รสชาติใช้ได้ ให้ปริมาณเยอะคุ้มราคาค่ะ

จานสุดท้าย เป็นเมนูที่ไม่เคยทานมาก่อน แต่เมนูนี้ ให้ 5 ดาวเลยค่ะ อร่อยถูกปากจริงๆ

เมนูนี้คือ ตำบะหนุน คือ ตำใส่เครื่องแกงของทางภาคเหนือและเม็ดขนุนค่ะ เมนูนี้ถ้าเพื่อนๆคนไหนไปที่ร้านอาหาร สะล้อ ซอ ซึง อย่าลืมสั่งมาทานนะคะ ( รสไม่เผ็ดมาก เด็กๆทานได้ค่ะ)



ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน เป็นบลูเบอรี่ชีสเค้ก ถ้าเพื่อนๆลองทานแล้วจะติดใจค่ะ แต่ไม่ได้มีทุกวันนะคะ บางวันก็หมดเร็ว ในรูปที่เห็นแหว่งไป เพราะมัวแต่กินเพลินจนลืมถ่ายรูป....เฮ้อ เห็นแก่กินกันจริง..จริ๊ง....

ภาพบรรยากาศของร้านยามค่ำคืนค่ะ

ปิดท้าย จากใบปลิวแนะนำของ ร้านอาหารไทย สะล้อ ซอ ซึง

อาหาร เหนือที่คุณมองหาและชื่นชอบรสชาติที่ถูกปรุงแต่งด้วยคนเมืองแท้ๆ อาหารหลากหลายเมนูที่คุณนึกถึงถูกจัดไว้ให้คุณแล้วที่นี่..... รวมถึงอาหารรสจัดจ้านของภาคกลางและอาหารทะเลสดๆ รับประกันคุณภาพและความอร่อย รวมไปถึงราคาที่คุณพอใจ.......

ลองไปแวะทานกันดูนะคะ อาหารอร่อย ราคาไม่แพง.........สำหรับวันนี้ อันนิยองฮีกาเซโย ( ลาก่อนค่ะ).....

ร้านอาหารไทย สะล้อ ซอ ซึง

ที่ตั้ง 382 ซ. โยธินพัฒนา ถ. ลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขต บางกะปิ กทม. 10240

โทร 02-515-1073, 02-515-1148, T. 086-973-5649

แผนที่


วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ครัวลูกโดม ร้านอาหารไทย อร่อยราคาย่อมเยา....ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ครัวลูกโดม ร้านอร่อยราคาย่อมเยา์.....ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนคุณแฟนถึง ม.ธรรมศาสตร์ ที่รังสิต ทั้งทีเลยถือโอกาส

ให้พาไปกินของอร่อยๆในมหาลัย......ร้านอาหารไทยที่แนะนำก็คือ ร้านครัวลูกโดม แหมแค่ชื่อร้านก็ไม่ต้องบอกแล้วว่าร้านนี้ตั้งอยู่ที่ไหน ร้านอาหารไทยนี้เป็นที่นิยมของนักศึกษา เนื่องจากราคาไม่แพง ให้ปริมาณเยอะ

ในร้านครัวลูกโดม มีที่นั่งสะดวก เหมาะแก่การมานั่งทานกับเพื่อนๆอย่างมาก

มาดูบรรยากาศบริเวณร้านอาหารกันเลยค่ะ

ด้านนอกของร้านอาหารครัวลูกโดม


นั่งกินอาหาร ชิวๆรับลม



ห้องแอร์ เย็นสบาย.....



มาถึงเมนูอาหาร




ทางร้านอาหารครัวลูกโดมมีบริการให้เลือก 2 แบบคือแบบ เลือกสั่งอาหารตามเมนู และบุฟเฟ่ต์ แต่บุฟเฟ่ต์ มีเฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 11.00-14.00 น. ค่ะ ราคาคนละ 49 บาท ( ถูกมากมาย)

แต่วันที่ไปเป็นวันเสาร์เลยกินแบบสั่งอาหารตามเมนู......มาดูเมนูอาหารที่สั่งกันเลยค่ะ

จานแรก คือ หอยจ๊อ....ดูเป็นอะไรที่เบสิคมากมาย แต่รสชาติ อยู่ในระดับที่ใช้ได้เลยค่ะ



จานที่สอง เป็น ปลาทอดกรอบสามรส ตัวใหญ่ค่ะ รสชาติกลมกล่อม เหมาะที่จะทานกับข้าวสวยร้อนๆค่ะ....แหมนึกแล้วชวนให้น้ำลายไหลจริงๆ....



จานที่สาม แมงกระพรุนน้ำมันงา....บอกได้คำเดียวว่า จะเค็มไปไหนเนี่ย......

มันเค็มมากกกกกกกกก สงสัยจะมีการปรุงรสผิดพลาด.... แต่เมื่อเทียบราคากับร้านอาหารจีนชื่อดัง

ร้านอื่นๆแล้ว ที่นี่ถือว่า ราคาถูกกว่าจริงๆค่ะ



จานที่สี่ เป็นเมนู ต้มโคล้งปลากรอบ เมนูนี้ถือเป็นเมนูอร่อยอีกเมนูนึงเลยก็ว่าได้

รสเข้มข้น....เนื้อปลาทอดกรอบไม่คาวเลยค่ะ



จานสุดท้ายที่สั่ง (สุดท้ายสักที ทำไมกินกันเยอะอย่างงี้เนี่ย....อิอิ)

เมนูนี้ให้ 5 ดาวเลยค่ะ.....มีชื่อเรียกว่า สาว 2 หน้า เป็นอาหารแนะนำของทางร้านอาหารครัวลูกโดมด้วย

ส่วนผสม เป็นเนื้อกุ้งสับชุบเกล็ดขนมปังทอด โรยหน้าด้วยสาหร่ายทอดกรอบ

เวลาทานจะสัมผัสได้ถึงความหอมของเนื้อกุ้ง อร่อยจริงๆๆๆค่ะ ต้องลองไปทานให้ได้เลยนะคะ



มัวแต่กินจนลืมถ่ายรูปของหวานไปเลยค่ะ...คิคิ ของหวานของทางร้านมีให้เลือกหลากหลาย

เช่น แป๊ะก๊วย ร้อน/เย็น ทับทิมกรอบ สละลอยแก้ว สตรอเบอรี่ลอยแก้ว ไอศครีมรสต่างๆ

สุดท้ายนี้อยากให้เพื่อนๆ ไปลองทานที่ร้านครัวลูกโดมดู ราคาไม่แพง บรรยากาศเป็นกันเอง สบายๆ ถึงจะไม่ได้เป็นเด็กม. ธรรมศาสตร์ ก็สามารถเข้าไปทานได้ค่ะ ( เด็กเกษตรอย่างเรายังไปมาแล้วเลย อิอิ)

ทริปชวนอ้วนคราวหน้า จะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับร้านอาหารสุดไฮโซ ที่ตึกคณะเศรษฐศาสตร์ ม. เกษตรบ้าง

ของเราก็มีดีคร้า........คิคิ


ร้านอาหารไทย ครัวลูกโดม มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ที่ตั้ง ใน ม. ธรรมศาสตร์

โทร 02-564-5000-3 ต่อ 217

แผนที่


วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ร้านอาหารญี่ปุ่น ชิตาเกะ ( Shiitake Japanese Restaurant )

มาถึงร้านอาหารญี่ปุ่นๆกันบ้าง ปกติเราจะเห็นร้านอาหารญี่ปุ่นมากมายหลายร้านอยู่แถวย่านเอกมัยทองหล่อ แต่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่จะแนะนำนี้อยู่ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ซึ่งแถวนี้รู้ๆกันอยู่ว่ามีร้านอาหารให้เลือกเยอะจนตาลายไปหมด.....

แต่มีเพียงร้านอาหารเดียวที่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น บรรยากาศเป็นแบบญี่ปุ่น เราลองมาดูหน้าร้านอาหารญี่ปุ่น ชิตาเกะ กันก่อนดีกว่าค่ะ ....( คราวนี้ไม่ได้เตรียมกล้องไป ถ่ายจากมือถือแทน รูปอาจจะออกมาไม่ชัดนะคะ และรูปค่อนข้างน้อย...คราวหน้าจาพยายามเตรียมพร้อมกว่านี้ค่ะ )


ข้างในร้านอาหารบรรยากาศตกแต่งได้น่ารักค่ะ ให้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นเปิดเพลงญี่ปุ่นเบาๆ

ช่วยเพิ่มอรรถรสในการกินได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ


พอเข้าไปในร้านอาหารแล้ว พนักงานจะนำออเดิร์ฟชิ้นเล็กๆมาให้ ออเดิร์ฟแต่ละวันจะเปลี่ยนไปไม่ซ้ำ คราวก่อนที่ไปทานได้หมูพันไข่หวาน มาค่ะ แต่เสียดายให้น้อยไปหน่อย ชิ้นเดียวเองค่ะ


เมนูในร้านอาหารญี่ปุ่น ชิตาเกะ มีหลากหลายให้เลือกค่ะ จะว่าไปแล้วก็คล้ายๆกับ ZEN,FuJI,Kobune ค่ะ แต่มีความหลากหลายมากกว่า ดูเมนูอยู่นานกว่าจะสั่งได้ เฮ้อ......เล่นเอาพนักงานมองหน้าเลย......อิอิ


เมนูแรกที่สั่งคือ มากิแซลมอล

รสชาติเหมือนร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วๆไปค่ะ สาหร่ายที่ห่อค่อนข้างนุ่ม ไม่เหมือนสาหร่ายของญี่ปุ่น

ซึ่งทางร้านอาจจะนำสาหร่ายไทยมาประยุกต์เพื่อให้เข้ากับลิ้นของคนไทยก็อาจเป็นได้ค่ะ



มาถึงเมนูที่ 2 เป็น ข้าวหมูทอดแกงกะหรี่

ปริมาณอาหารเยอะดีค่ะ สมราคา....รสแกงกะหรี่เข้มข้นเข้ากับหมูทอดได้อย่างดี



เมนูที่ 3 อาหารชุดข้าวไก่หมักซอส

อาหารชุดจะเสิร์ฟพร้อมกับ ข้าว น้ำซุป และ กิมจิ ไก่หมักซอสนุ่มและหอม ในจานมีมินิสลัดให้ทานควบคู่อีกด้วย ดูๆแล้วสั่งเป็นชุดจะคุ้มกว่าค่ะ



เมนูสุดท้าย เป็นเมนูพิเศษ เห็ดย่าง เป็นเห็ดที่ย่างกำลังได้ที่

กัดเข้าไปจะให้รสชาติที่เหนียวนุ่มหอม.....เป็นเมนูอาหารแนะนำของทาง ร้านอาหารญี่ปุ่น ชิตาเกะ



ปิดท้ายด้วยอาหารหวาน ไอศกรีมชาเขียว ที่ทางร้านอาหารทำขึ้นมาเอง ให้รสที่เข้มข้น แบบชาเขียวแท้ค่ะ

ส่วนน้ำดื่มที่สั่งเป็น ชาเขียวเย็นรีฟิล 30 บาท ต่อแก้วค่ะ


เรื่องของราคาบางอย่างอาจจะค่อนข้างแพง เมื่อเที่ยบกับฟูจิ แต่ถ้าอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ

ขอแนะนำ ร้านอาหารญี่ปุ่นชิตาเกะนี้เลยค่ะ.....รับรองไม่ผิดหวังค่ะ


ร้านอาหารญี่ปุ่นชิตาเกะ Shiitake Japanese Restaurant

3/65 ถนนประดิษฐมนูธรรม ลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230

T. 02-935-9750-1

ปิดทุกวันอังคาร ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์


วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ร้านอาหาร เกาหลีฟิวชั่นญี่ปุ่น โซล (Seoul restaurant)

ร้านอาหารเกาหลีฟิวชั่นญี่ปุ่นโซล (Seoul restaurant)

ร้านอาหารที่จะมาแนะนำในวันนี้คือ ร้านอาหารเกาหลีฟิวชั่นญี่ปุ่นยอดฮิตที่ใครหลายๆคนเคยได้ยินชื่อหรือเคยไปทานกันมาแล้ว นั่นก็คือร้านอาหาร Seoul แถวทองหล่อ นั่นเอง ได้ฤกษ์ไปกินสักทีหลังจากที่อยากกินมานาน ร้านอาหารหาไม่ยากเลยค่ะ อยู่ริมถนนตรงช่วงทางโค้ง จอดรถริมถนนได้เลยค่ะ

เรามาดูหน้าร้านอาหารเกาหลีฟิวชั่นญี่ปุ่นโซลกันก่อนดีกว่าค่ะ


ข้างในร้านจัดรูปแบบสไตล์ เกาหลี ผสมผสานกับ รูปแบบความเป็นญี่ปุ่น

ให้บรรยากาศที่อบอุ่น มีคนมาทานค่อนข้างเยอะค่ะ แต่ทางร้านอาหารมีที่นั่งชั้น 2 ไว้เตรียมรองรับลูกค้าด้วยค่ะ พอดีไปถึงเร็วก็เลยได้นั่งชั้นล่างติดหน้าต่าง เห็นวิวซอยทองหล่อ

( ให้บรรยากาศที่แปลกใหม่ไปอีกแบบ...อิอิ)


เรามาดูทางด้านเมนูอาหารกันก่อนดีกว่า สำหรับใครที่ทานเนื้อ ทางร้านมีเนื้อโกเบ

ชั้นดีนำเข้าจากญี่ปุ่นมาให้ลองทานกัน ราคาอยู่ที่ 670 บาท ถ้ามีปัจจัยในกระเป๋าอยู่ในระดับ

ที่พอทานได้ก็ลองทานดูนะคะ ( อยากรู้เหมือนกันว่ารสชาติเป็นยังไง เผอิญเราก็ไม่กินเนื้อด้วยจิ น่าเสียดายจัง)



ส่วนเนื้อหมู ไก่ เครื่องใน หรือ อาหารทะเลต่างๆ มีให้เลือกหลากหลายเมนู



เริ่มหิวแล้วเรามาดูอาหารที่สั่งกันเลยดีกว่าค่ะ

จานแรกคือ เนื้อหมูเบคอน รสชาติโอเคนะคะ แต่ค่อนข้างน้อยไปนิดนึง

(ราคาอยู่ที่ 130 บาท )



จานที่สองเป็นเนื้อหมู หมักซอสสูตรเฉพาะของทางร้านโซลค่ะ



จานที่สาม เห็นจะหนีไม่พ้น ข้าวผัดกิมจิ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของอาหารเกาหลีอีกอย่างหนึ่งก็ว่าได้แต่ที่ร้านนี้ จะเน้นข้าวผัดสไตล์คนไทย(รู้สึก รสกิมจิน้อยไปหน่อย ถ้าเทียบกับข้าวผัดกิมจิที่เคยทานร้านอาหารเกาหลีอื่นๆน่ะค่ะ)


จานที่สี่ เป็น หมูหมัก นะค่ะ ที่นี่เราย่างหมูเองเพราะว่าลูกค้าเยอะมากค่ะ

เอารูปหมูย่างหอมๆ มายั่วน้ำลายใครหลายๆคนก่อนดีกว่า...อิอิ



ที่ถูกใจมากๆเห็นจะเป็น ซอส หรือน้ำจิ้ม ที่มีให้เลือกหลากหลาย พนักงานทางร้านได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการ

ปรุงน้ำจิ้มว่า ถ้าเอาทุกอย่างมาผสมรวมกันจะได้้รสชาติี่ลงตัวเข้ากันพอดี ซึ่งเป็นไปตามที่เขาบอกจริงๆค่ะ

น้ำจิ้มปรุงรส ที่ไว้จิ้มกับของปิ้งๆ อร่อยอย่าบอกใครเลยค่ะ



จานสุดท้ายที่สั่งก็คือ ซุปกิมจรสชาติกลมกล่อม อร่อยค่ะ แต่เสียดาย หมูในซุปกิมจิน้อยไปนิดนึง

แต่โดยรวมถือว่าโอเคเลยค่ะ



เพื่อนๆคนไหนสนใจ ลอง แวะไปทานดูนะคะ......

ร้านอาหารโซล ( seoul restaurant )

ที่ตั้ง : 2 ซอย 55 (ทองหล่อ) ถนนสุขุมวิท พระโขนง กทม.
โทร
: 02 392 6046
แฟกซ์ :
02 391 4665
เวลาเปิด
: จันทร์ - เสาร์ 11.00-14.30 น./ 17.00-22.30
อาทิตย์ 11.00-22.00 น.

วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2551

ร้านอาหารจีน ติ่มซำ M.R เหม็ง อร่อย และ ย่อมเยา

ร้านอาหารจีน ติ่มซำ M.R เหม็ง

มาถึงร้านอาหารจีนกันบ้าง ร้านอาหารนี้เป็นร้านอาหารจีนที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่น

เพราะสามารถพบได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วๆไป และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ร้านอาหารจีน M.R เหม็ง เป็นที่รู้จักกันดีคือ เมนูก๋วยเ๋ตี๋ี่ยวและ

ความหลากหลายของอาหารประเภทติ่มซำบวกกับราคาที่ย่อมเยาค่ะ

เรามาดูเมนูอาหารของทางร้านอาหารจีน ติ่มซำ M.R เหม็ง กันเลยดีกว่าค่ะ


เมนูติ่มซำมีหลากหลายให้เลือกทาน ราคาอยู่ที่เข่งละประมาณ 16-17 บาทค่ะ

เมนูบะหมี่และข้าว น่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ ไปมาหลายครั้งก็พยายามลองสั่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

อร่อยๆตั้งหลายอย่าง



วันนี้มีเมนูอาหารมาแนะนำ จากการที่ไปทดลองทานมาแล้ว

เมนูแรกที่คนนิยมสั่งมากที่สุด ( อาจเป็นเพราะมันเป็นอะไรที่เบสิค ที่สุดก็เป็นได้ )

คือ บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง มีให้เลือกทั้งแบบแห้งและแบบน้ำค่ะ



เมนูที่ 2 คือ ข้าวราดปลาเต้าซี่ เมนูอาหารนี้อร่อยมากๆค่ะ ไม่มีกลิ่นคาวปลาเลย

รสค่อนข้างจัด แต่ทานกับข้าวและน้ำซุปทำให้รสชาติกลมกล่อมดีเลยค่ะ



ลองมาดูอาหารประเภทติ่มซำกันบ้างนะคะ

ที่สั่งมาก็มี ผักกาดขาวไส้ปูอัด ขนมจีบกุ้ง ซาลาเปาไส้ครีม ถุงทอง

อยากจะบอกว่าถุงทองอร่อยค่ะ ให้หมูเยอะดี



และฮะเก๋ากุ้งค่ะ

อันนี้คือรูปภาพและเมนูอาหาร บางส่วนเท่านั้นนะคะ เพื่อนๆคนไหน ที่หาร้านอาหารจีนและมีติ่มซำ่

อร่อยๆ ราคาถูก ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปไม่ได้ ขอแนะนำ ร้านอาหารจีนติ่มซำ M.R เหม็ง นี้เลยค่ะ ลองไปทานกันนะคะ